2007/Sep/08

ลอนดอน

เมืองที่คนพาหมาตัวใหญ่ขึ้นรถเมล์ได้....คนต้องเเบ่งที่ให้หมามันนั่ง ไม่มีไคกล้าว่า

เมืองที่ทุกคนรีบเดินกันมาก....ไม่รู้ทำไมมันต้องเร่งกันขนาดนั้น

เมืองที่ขึ้นบันไดเลื่อนเเล้วต้องชิดขวา...ถ้าไม่ชิดเเล้วคนที่รีบขึ้นจะสามารถด่าเราได้

เมืองที่มีคนมาขอเงินเราทั้งที่เเต่งตัวดี ใส่บู้ท ใส่สูท...I have no money เเล้วเดินหนีจะดีที่สุด

เมืองที่คนรับบริจาคจะด่าเรา...ถ้าเราไม่ให้เงินมัน (โดนมาเเล้ว)

เมืองที่อากาศแปรปรวน... วันนึงหนาว วันนึงร้อน วันนึงทั้งหนาวทั้งฝนตก

เมืองในฝันของใครหลายคน เเต่สำหรับผมการจากเมืองไทยมาเเค่ สี่สิบกว่าวันมันทำให้รู้ว่าผมคิดถึงเมืองไทยมากมาย คิดถึงพ่อเเม่น้อง เพื่อน อาหาร อากาศเเต่ในเมื่อตัดสินใจมาเเล้ว ก้อต้องอยู่ต่ออีกประมาณหนึ่งปี

ชีวิตตอนนี้ไม่สุข เเต่ก้อไม่ทุกข์ ก้ออยู่ได้เรื่อยๆความรู้สึกอย่างนี้เรียกว่าอะไรดีอ่ะ เราก้อไม่รู้เหมือนกัน เราเล่าให้เพื่อนฟัง ก้อบอกว่าเรากำลังเบื่ออยู่ เเต่ว่าเราก้อไม่ได้เบื่อนะ ไม่รูเรียกว่าอะไรเหมือนกัน

ตั้งใจว่าจะทำงานเก็บเงิน จะได้เรียนโทต่อที่นี่ปีหน้า เเต่ก้อไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้ขนาดไหนตอนนี้ได้งานทำเจ็ดวันต่อสัปดาห์ เเต่ทำเฉพาะตอนเย็น เหนื่อยดีนะ เเต่ก้ออยากหางานตอนกลางวันทำเพิ่มอีก จะได้ทำให้รู้สึกว่าใกล้ใกล้เป้าหมายขึ้นไปอีกนิดนึงก้อยังดี

เเต่ตอนนี้ภาษาอังกฤษยังไม่ดีขึ้นเลย ก่อนมาได้เท่าไหน ตอนนี้ก้อยังเหมือนเดิม วันวันนึงถ้าไม่ได้ไปเรียนก้ออยู่เเต่กับคนไทยไนครัว หรือว่าผมจะต้องฝึกภาษากับอ่างล้างจานเนี่ย ท่าจะบ้าไปเเล้ว ยังไงก้อต้องพยายามมากกว่านี้

2007/Sep/05

พระเจ้ามอบบททดสอบเเก่เราเสมอ ผู้ที่เชื่อเเละอดทนจะผ่านไปได้

มีสองเหตุการณ์ที่ทำให้เชื่อเเบบนั้น

ครั้งเเรกเป็นครั้งที่เราเริ่มทำงานเป็นครั้งแรก หลังจากเรียนจบมา ได้งานที่บริษัททำอีเวนท์เล็กๆเเห่งนึง เป็นเเค่เออีมือใหม่ เเต่ต้องเรียนรู้ทุกอย่าง ตั้งแต่ทำราคา การทำสรุปงาน การขายงาน การติดต่อซัพพลายเออร์ รวมไปถึงงานที่ไม่ใช่หน้าที่ของเออี เพราะเป็นบริษัทเล็กการทำงานก้อต้องช่วยทีมทั้งหมด ทำเกินขอบเขตหน้าที่ของตัวเอง ต้องไปนั่งดูฝ่ายโปรดักส์ชั่นตอกเวที จัดดอกไม้ รวมไปถึงการเป็นแบคสเตจในวันงานจริง เราเคยยืนในวันงานสิบสองชั่วมงไม่ได้นั่ง เคยไม่ได้นอนสี่วันสามคืน คือเริ่มตั้งเเต่ไปทำงานวันพฤหัสเช้า ตอนเย็นออกไปจัดงานเตรียมงาน เเถวๆดอนเมือง จำได้ว่าต้องออกไปซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตอนตีสี่ พอวันสุกก้อจัดงานทำงานทั้งวัน เป็นงานของบางจาก กว่าจะเก็บงานเสดก้อเลยมาถึงตีสามของเช้าวันเสาร์ ได้ประสบการณ์การนั่งสิบล้อ เอาของไปคืนลูกค้าด้วย พอคืนของเสดกลับบ้านอาบน้ำ แล้วก้ออกมาที่ออฟฟิต เพื่อไปจัดงานต่อทีพัทยา ดูงานทั้งวัน เริ่มงานจริงๆตอนหนึ่งทุ่มกว่าจะเสดก้อตีสองกว่าๆ เก็บงานเสดตีสาม กลับถึงบ้านเกือบเช้า โอทีไม่มี มีค่าข้าวให้ยี่สิบห้าบาทต่อมื้อ เราว่าคงไม่มีอะไรที่เลวร้ายกว่านี้อีกเเล้วมั้ง เราผ่านมันมาได้เต่ก้อคิดว่าจะหางานใหม่ จุดเเตกหักก้อคือ อาทิดต่อมาไปหาลูกค้ากะเจ้านาย ขากลับเจ้านายขับรถเเซงรถเมลเเล้วให้เราลงไปขึ้นรถเมล โคดเซงอ่ะ วันต่อมาเลยไปลาออกซะเลย รวมเเล้วอยู่กับบททดสอบได้สามเดือน

พอได้งานที่ใหม่อะไรมันก้อเลยง่ายสำหรับเราไปทุกอย่าง งานที่ใหม่ก้อหนัก เเต่ก้อสนุกมีความก้าวหน้า มีสิ่งดีดีเกิดขึ้นบ่อยๆสิ่งที่คนอื่นบ่นว่าลำบาก เราว่ามันสบายๆสำหรบเราเลยล่ะ เหมือนกับว่าผ่านบททดสอบอันหนักหน่วงมาเเล้ว สิ่งที่ได้รับมาทั้งประสบการณ์ และความลำบาก เป็นบทเรียนสอนให้เราเเข็งเเกร่ง

มาถึงเรื่องที่เป็นปัจจุบัน

ได้งานในครัวที่เเรก หลังจากมาถึงลอนดอนได้สองอาทิตย์ งานที่นี่ได้เงินน้อย ทิปน้อย งานหนัก ต้องทำทุกอย่างในครัวที่กดดันสุดๆ คือเวลามีลูกค้าเข้าร้านเยอะๆพร้อมกันห้าโต๊ะนี่ทำไม่ทัน เเม่ครัวด่ากระจายเลย ก้อได้เเต่อดทนอดทน

หลังจากที่เพื่อนเเนะนำที่ใหม่ให้ไปทำ ตอนนี้ทำได้สองวันเเล้ว รู้สึกว่าอะไรอะไร มันก้อไม่ลำบากเท่าไหร่ ล้างจานก้อมีเครื่องล้างจานให้ใช้ เชฟก้อไม่ขี้บ่น เงินก้อได้เยอะขึ้นกว่าเดิม ชีวิตเริ่มดีขึ้นบ้างเเล้วหลังจากมีงานทำหลายวัน

ยิ้มให้กับความลำบาก ยิ้มให้กับบททดสอบที่พระเจ้าส่งมา ยิ้มให้กับเพื่อน เเละผู้คนรอบตัวที่คอยให้ความช่วยเหลือยิ้มให้กับคนที่ด่าเรา เเล้วก้าวข้ามมันไป ด้วยความเเข็งเเกร่งทั้งกายเเละใจ

2007/Sep/01

เพื่อนที่ดีคือสมบัติล้ำค่า

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่เเล้วนู้นก่อนจะมาที่อังกฤษ วันที่ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ เพื่อนๆก้อมาส่งกันเยอะเลย ทั้งเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน รุ่นพี่ที่ชมรม รุ่นน้องพลมารี เพื่อนเเละพี่ที่ออฟฟิต เพื่อนและพี่ที่คณะ มากันเต็มเลย มาอวยพรให้เดินทางดีดี อยากบอกว่าวันนั้นดีใจมากมาย

พาเพื่อๆพี่ๆน้องๆไปรู้จักกะพ่อเเม่ ไปไหว้ตั้งหลายรอบ อิอิวันนั้นที่สุวรรณภูมิไล่ถ่ายรูปกันเต็มไปหมดยิ้มจนเหนื่อยเลย เเต่มีความสุขมากๆ ยิ่งรู้สึกคิดถึงเมืองไทยมาก

มาที่นี่ก้อได้เพื่อนซี้ที่มาด้วยกัน กับเพื่อนที่อยู่ที่นี่ช่วยเหลือ ในหลายสิ่งหลายอย่าง เรามาที่นี่มาด้วยเงินไม่ค่อยเยอะ มาช่วงเเรกมีปัญหาเรื่องการเงิน ช่วงนี้ก้อยังมีอยู่ เหอๆๆ เพื่อนเราเวลาซื้อหนมกินก้อคอยเอามาแบ่ง จริงๆเราไม่อยากกินเลย เกรงใจมาก เเต่เพื่อนก้อเอาให้กิน แล้วก้อบอกว่า มีความสุขก้อมีด้วยกัน ทุกข์ก้อทุกข์ด้วยกัน

อีกครั้งนึงเดินไปซื้อของกับ เพื่อนอีกคนนึงที่มาอยู่ก่อน หกเดือนเเล้ว ก้อเห็นเลือกของเต็มไปหมด ส่วนใหญ่จะเป็นของกิน ก้อไม่ได้คิดอะไร พอตอนเเยกกันจะกลับบ้าน เพื่อนเราเอาของให้เราหมดทั้งถุงเลย ซึ้งน้ำตาเเทบจะไหล เวลาที่ลำบากสุดๆมีคนมาช่วยเหลือนี่เป็นเรื่องที่ดีจริงๆ เเล้วเราก้อรู้ด้วยว่าเพื่อเราช่วยด้วยความจริงใจ

เวลาเราลำบากเราก้อบ่นๆ ให้เพื่อนๆที่เมืองไทยฟัง ก้อได้กำลังใจที่ดีดีเสมอ ทำให้เราอดทน อดทน เเละ อดทน

วันนี้เราไปเจอเพื่อนที่พึ่งมาจากเมืองไทย ฝากซื้อแป้ง ซื้อครีมกันแดด ซื้อดิกซ์ เพื่อนเราเอาเเป้งกระองโคตรจะใหญมาให้ กับครีมกันเเดดอีกสองขวด แค่นี้ก้อโคตรเกรงใจเเล้ว เเต่พอดูอีกอย่างนึงนี่ตกใจเลย เพื่อนเราเอา ทอคกิ้งดิกซ์ มาให้ บอกว่าหุ้นกะเพื่อนที่เมืองไทยซื้อก่อนมา เราว่ามันเเพงเกินไปเรารับไม่ได้อ่ะ แต่เพื่อนเราบอกไม่เปนไรให้ของขวัญวันเกิดละกัน ผากซื้อดิกซ์เล่ม ได้ทอคกิ้งดิกซ์ ซะงั้น

สิ่งที่เราได้จากการจบเอแบค ไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่เก่งเหมือนที่คนอื่นเข้าใจ เเต่เราได้เพื่อน สิ่งที่หาไม่ได้เเล้วจากที่ไหน ใครว่าสังคมเอแบคฟุ้งเฟ้อ วัตถุนิยม ไม่จริงใจ เราว่าไม่จริง เพื่อนเราที่จบมาด้วยกัน เราว่าจริงใจดี รักกันดีเราว่ามันมีอะไรที่คล้ายๆกัน ทำงาน เอเจนซี่โฆษณาเหมือนกันอีก ก้อคุยกันรู้เรื่อง เข้าใจว่าการทำงานมีปัญหาอะไรคอยให้คำปรึกษากันได้

มาเจอความลำบากแบบนี้ยิ่งรู้สึกว่า เราโชคดีที่มีเพื่อนดี